พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันประกาศ คือต้นเดือนธันวาคม 2568 กฎหมายฉบับนี้เพิ่มสิทธิการลาเกี่ยวกับการคลอดบุตรหลายเรื่องพร้อมกัน บริษัทจึงต้องปรับทั้งข้อบังคับการทำงานและการคำนวณเงินเดือนให้ตรงกัน
อะไรเปลี่ยนไปบ้าง
| เรื่อง | กฎหมายเดิม (ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) | กฎหมายใหม่ (ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) |
|---|---|---|
| ลาเพื่อคลอดบุตร (มาตรา 41) | ไม่เกิน 98 วันต่อครรภ์ | ไม่เกิน 120 วันต่อครรภ์ |
| ค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายระหว่างลาคลอด (มาตรา 59) | ไม่เกิน 45 วัน | เท่าค่าจ้างวันทำงาน ไม่เกิน 60 วัน |
| ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่มีภาวะเจ็บป่วย (มาตรา 41 วรรคสี่) | ไม่มี | ไม่เกิน 15 วัน ได้ค่าจ้างร้อยละ 50 (มาตรา 59/1) |
| ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร (มาตรา 41/1) | ไม่มีในกฎหมาย | ไม่เกิน 15 วัน ได้ค่าจ้างเต็ม (มาตรา 59/2) |
ลาคลอด 120 วัน นายจ้างจ่าย 60 วัน
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ครรภ์ละไม่เกิน 120 วัน นับรวมวันหยุดที่อยู่ระหว่างวันลาด้วย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน
ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับสิทธิประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน พร้อมค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอด เงินส่วนนี้คำนวณจากค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานส่งเงินสมทบ ซึ่งมีเพดานกำหนดไว้
ลาเพิ่ม 15 วัน เมื่อบุตรมีปัญหาสุขภาพ
ลูกจ้างที่ใช้สิทธิลาคลอดครบแล้ว ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา นายจ้างจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
คู่สมรสลาได้ 15 วัน ได้ค่าจ้างเต็ม
นี่คือสิทธิใหม่ที่เกี่ยวกับพนักงานทุกเพศ ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 15 วัน ใช้สิทธิก่อนคลอดหรือภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอด นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา ไม่เกิน 15 วัน
ตัวอย่าง: พนักงานเงินเดือน 30,000 บาทลาคลอดครบ 120 วัน
- นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วันแรก (ประมาณ 2 เดือน = 60,000 บาท)
- พนักงานยื่นเบิกเงินสงเคราะห์การหยุดงานจากประกันสังคมเอง ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยตามฐานเงินสมทบ เป็นเวลา 90 วัน
- ช่วงที่เกิน 60 วันแรกจนครบ 120 วัน นายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามกฎหมาย เว้นแต่มีสวัสดิการเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
พนักงานทดลองงานลาคลอดได้ไหม? ได้ สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา 41 ใช้กับลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทุกคน กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุงานขั้นต่ำ และนายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 59 ด้วย ส่วนเงินจากประกันสังคมจะได้หรือไม่ ขึ้นกับว่าส่งเงินสมทบครบ 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดแล้วหรือยัง
ลาช่วยคู่สมรส 15 วัน ต้องลาติดต่อกันไหม? กฎหมายกำหนดว่าใช้สิทธิได้ก่อนคลอดหรือภายใน 90 วันนับแต่วันคลอด รวมแล้วไม่เกิน 15 วัน บริษัทควรกำหนดวิธีแจ้งลาและเอกสารประกอบไว้ในข้อบังคับให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนใช้สิทธิได้แบบเดียวกัน
สิ่งที่ HR ต้องปรับทันที
- แก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคู่มือพนักงาน เปลี่ยน 98 วันเป็น 120 วัน และ 45 วันเป็น 60 วัน
- เพิ่มประเภทการลาใหม่ 2 ประเภท คือลาเลี้ยงดูบุตรที่มีภาวะเจ็บป่วย (จ่าย 50%) และลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร (จ่ายเต็ม)
- ตั้งค่าระบบเงินเดือนให้แยกอัตราจ่ายตามประเภทการลา ไม่ใช่ตัดเงินเหมาทั้งช่วง
- เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบรับรองแพทย์กรณีบุตรมีภาวะเจ็บป่วย และหลักฐานการคลอดกรณีลาช่วยคู่สมรส
- สื่อสารให้หัวหน้าทีมทราบ เพื่อวางแผนกำลังคนทดแทนล่วงหน้า
ตั้งค่าสิทธิการลาใหม่ครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งบริษัท
ใน be LEAVE & CLAIM HR เพิ่มประเภทการลาใหม่ กำหนดจำนวนวัน และตั้งให้แนบเอกสารได้ พนักงานยื่นลาคลอดหรือลาช่วยคู่สมรสผ่านมือถือ หัวหน้าอนุมัติได้ทันที และวันลาแต่ละประเภทจะส่งต่อเข้า การคำนวณเงินเดือน ตามอัตราที่ตั้งไว้ ลดความเสี่ยงจ่ายผิดในช่วงเปลี่ยนกฎหมาย
ทดลองใช้ Flow HR ฟรี 30 วัน และตั้งค่าสิทธิลาคลอดตามกฎหมายใหม่ได้ทันที
แหล่งอ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 74 ก (คลังสารสนเทศรัฐสภา) · สำนักงานประกันสังคม — กรณีคลอดบุตร