| |

อัตราเงินสมทบประกันสังคม ปี 2569 ที่ HR ต้องรู้

ปี 2569 เป็นปีแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับคำนวณเงินสมทบประกันสังคมเปลี่ยน จากเดิม 15,000 บาทที่ใช้มายาวนาน เป็น 17,500 บาท ทำให้ลูกจ้างที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปถูกหักเงินสมทบมากขึ้น และนายจ้างต้องจ่ายสมทบเพิ่มในอัตราเดียวกัน บทความนี้สรุปอัตราที่ใช้ วิธีคำนวณ ตารางเพดานในอนาคต และสิ่งที่ HR ต้องตรวจในระบบเงินเดือน

อัตราเงินสมทบมาตรา 33 ปี 2569

ลูกจ้างในระบบ (ผู้ประกันตนมาตรา 33) จ่ายเงินสมทบร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายจ้างจ่ายสมทบเท่ากันอีกร้อยละ 5 และรัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง โดยค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง

รายการ ปี 2569
อัตราเงินสมทบลูกจ้าง 5% ของค่าจ้าง
อัตราเงินสมทบนายจ้าง 5% ของค่าจ้าง
ฐานค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้คำนวณ 1,650 บาทต่อเดือน
ฐานค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้คำนวณ 17,500 บาทต่อเดือน
เงินสมทบสูงสุดต่อฝ่าย 875 บาทต่อเดือน

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 และหน่วยงานรัฐประชาสัมพันธ์ว่ามีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

เพดานจะขยับขึ้นอีกสองครั้ง

การปรับครั้งนี้เป็นแบบขั้นบันได HR ควรวางแผนต้นทุนล่วงหน้า

ช่วงเวลา ฐานค่าจ้างสูงสุด เงินสมทบสูงสุดต่อฝ่าย
2569 – 2571 17,500 บาท 875 บาท
2572 – 2574 20,000 บาท 1,000 บาท
ตั้งแต่ 2575 23,000 บาท 1,150 บาท

วิธีคำนวณ พร้อมตัวอย่าง

หลักคือนำค่าจ้างจริงมาคูณ 5% แต่ถ้าค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำให้ใช้ 1,650 บาท และถ้าสูงกว่าขั้นสูงให้ใช้ 17,500 บาท

เงินเดือน ฐานที่ใช้คำนวณ ลูกจ้างจ่าย นายจ้างจ่าย
12,000 บาท 12,000 บาท 600 บาท 600 บาท
16,000 บาท 16,000 บาท 800 บาท 800 บาท
17,500 บาท 17,500 บาท 875 บาท 875 บาท
45,000 บาท 17,500 บาท 875 บาท 875 บาท

ตัวอย่างต้นทุนนายจ้าง: บริษัทมีพนักงาน 40 คน เงินเดือนเกิน 17,500 บาททุกคน เดิมจ่ายสมทบคนละ 750 บาท ปี 2569 จ่ายคนละ 875 บาท ต้นทุนเพิ่มขึ้นเดือนละ 5,000 บาท หรือปีละ 60,000 บาท

"ค่าจ้าง" ที่ต้องนำมาคิด

ฐานคำนวณคือ "ค่าจ้าง" ตามกฎหมายประกันสังคม ซึ่งหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงาน รวมถึงค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด ส่วนเงินที่จ่ายไม่แน่นอนหรือไม่ได้ตอบแทนการทำงานโดยตรง เช่น โบนัสพิเศษตามผลประกอบการ หรือเงินช่วยเหลือเฉพาะกรณี อาจไม่ถือเป็นค่าจ้าง HR ควรกำหนดให้ชัดว่ารายการเงินได้แต่ละประเภทนำมาคิดเงินสมทบหรือไม่ แล้วตั้งค่าในระบบให้ตรงกันทุกงวด

กำหนดนำส่ง และสิ่งที่ HR ต้องตรวจ

นายจ้างต้องหักเงินสมทบจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่าย และนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้านำส่งช้าต้องเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย

  • ตรวจว่าระบบเงินเดือนเปลี่ยนเพดานเป็น 17,500 บาทแล้วตั้งแต่งวดมกราคม 2569
  • ถ้ายังใช้เพดานเดิม ต้องหักและนำส่งส่วนต่างย้อนหลัง พร้อมแจ้งพนักงานล่วงหน้า
  • ตั้งเตือนว่าเพดานจะเปลี่ยนอีกครั้งในปี 2572
  • ตรวจสลิปว่าแสดงยอดหักประกันสังคมแยกบรรทัดชัดเจน
  • อย่าลืมว่าตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปต้องหัก กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มด้วย ซึ่งเป็นคนละรายการกับประกันสังคม

ลูกจ้างได้อะไรเพิ่มจากเพดานใหม่

เมื่อฐานค่าจ้างสูงขึ้น สิทธิประโยชน์ที่คำนวณจากค่าจ้างก็สูงขึ้นตาม เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยหรือว่างงาน และบำนาญชราภาพ ข้อนี้ช่วยให้ HR อธิบายพนักงานได้ว่ายอดหักที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หายไปเปล่า ๆ

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานเงินเดือน 15,000 บาท ต้องจ่ายเพิ่มไหม? ไม่เพิ่ม ยังจ่าย 750 บาทเท่าเดิม เพราะค่าจ้างไม่ถึงเพดานใหม่ คนที่จ่ายเพิ่มคือคนที่ได้เงินเดือนเกิน 15,000 บาท

ผู้ประกันตนมาตรา 39 กระทบไหม? บทความนี้เน้นมาตรา 33 ซึ่งเป็นส่วนที่ HR ต้องหักจากเงินเดือน สำหรับมาตรา 39 ควรตรวจอัตราล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง

เคยมีการลดอัตราเงินสมทบชั่วคราวไหม? มี เช่น คณะกรรมการประกันสังคมเคยลดอัตราให้นายจ้างและลูกจ้างในพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ เหลือฝ่ายละ 3% ตั้งแต่งวดธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 กรณีแบบนี้ต้องตรวจประกาศเป็นรายครั้ง

ให้ระบบเปลี่ยนเพดานให้ครั้งเดียว ใช้ได้ทุกคน

ใน ระบบเงินเดือน Flow HR ระบบคำนวณประกันสังคมให้อัตโนมัติทุกงวด รวมถึงการใช้ฐานขั้นต่ำและขั้นสูง HR ไม่ต้องเขียนสูตร MIN/MAX เองใน Excel และออกรายงานสรุปยอดนำส่งได้ทันที

ทดลองใช้ Flow HR ฟรี 30 วัน แล้วตรวจยอดประกันสังคมเดือนนี้ให้ตรงเพดานใหม่

แหล่งอ้างอิง: สำนักงานประกันสังคม — สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูง · สำนักงานประกันสังคม — สรุปมติคณะกรรมการประกันสังคม ครั้งที่ 27/2568 · Thai PBS — ครม. เห็นชอบเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท

Similar Posts