| |

ทำอย่างไรให้พนักงาน Gen Z อยู่กับองค์กรได้นานขึ้น

HR หลายคนเจอปัญหาเดียวกัน รับคนรุ่นใหม่มาได้ไม่กี่เดือนก็ลาออก คำอธิบายที่ได้ยินบ่อยคือ “Gen Z ไม่อดทน” แต่ข้อมูลจากผลสำรวจไม่ได้บอกแบบนั้น คนรุ่นนี้มีเกณฑ์ชัดเจนว่าต้องการอะไรจากงาน และจะอยู่นานกับองค์กรที่ตอบเกณฑ์เหล่านั้นได้ บทความนี้สรุปสิ่งที่ Gen Z ให้ความสำคัญ และ 7 วิธีที่องค์กรทำได้จริง

Gen Z ต้องการอะไรจากงาน

ผลสำรวจ Gen Z and Millennial Survey ปี 2025 ของ Deloitte ชี้ให้เห็นภาพชัดหลายเรื่อง

ประเด็น สิ่งที่ผลสำรวจพบ
ความหมายของงาน 89% มองว่าการมีเป้าหมายในงานสำคัญต่อความพึงพอใจในงาน
การเงิน 48% รู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน เพิ่มจาก 30% ในปีก่อน
การเลือกนายจ้าง การเรียนรู้และพัฒนาตนเองติดสามอันดับแรก รองจากสมดุลชีวิตและการทำงาน
หัวหน้างาน 50% อยากได้พี่เลี้ยงจากหัวหน้า แต่มีเพียง 36% ที่ได้รับจริง
เป้าหมายอาชีพ มีเพียง 6% ที่ตั้งเป้าเป็นผู้บริหารระดับสูง

สิ่งที่ตามมาคือ Gen Z ไม่ได้มองความก้าวหน้าเป็นการไต่ตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่มองว่าได้เรียนรู้อะไร มีคนช่วยแนะนำไหม และชีวิตนอกงานยังเดินได้หรือเปล่า

7 วิธีรักษาพนักงาน Gen Z

1. เริ่มตั้งแต่วันแรก ช่วง 90 วันแรกคือช่วงที่พนักงานตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ เตรียมอุปกรณ์ บัญชีใช้งาน และพี่เลี้ยงให้พร้อมก่อนวันเริ่มงาน อ่านต่อที่ Onboarding ที่ดี ช่วยลดการลาออกได้อย่างไร

2. ให้หัวหน้างานเป็นพี่เลี้ยง ช่องว่างระหว่าง 50% ที่อยากได้พี่เลี้ยงกับ 36% ที่ได้จริง คือโอกาสที่ใหญ่ที่สุด เริ่มจากคุยส่วนตัว (1:1) สั้น ๆ ทุกสองสัปดาห์ คุยเรื่องงาน อุปสรรค และสิ่งที่อยากเรียนรู้

3. ทำเส้นทางเติบโตให้เห็น ไม่จำเป็นต้องเป็นการเลื่อนตำแหน่ง อาจเป็นทักษะใหม่ โปรเจกต์ที่ท้าทาย หรือการหมุนงานข้ามทีม สิ่งสำคัญคือพนักงานต้องรู้ว่าอีก 6–12 เดือนจะได้เรียนรู้อะไร อ่านแนวคิดที่ Upskill หรือ Reskill

4. ความยืดหยุ่นที่มีกติกาชัด สมดุลชีวิตคือเหตุผลอันดับต้นที่ Gen Z เลือกนายจ้าง สำหรับงานที่ทำจากบ้านไม่ได้ ความยืดหยุ่นอาจหมายถึงตารางกะที่ประกาศล่วงหน้า หรือการยื่นลาและรู้ผลอนุมัติได้เร็วผ่าน ระบบลาและเบิกจ่าย บนมือถือ

5. ดูแลเรื่องเงินอย่างเป็นระบบ เมื่อเกือบครึ่งรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน สวัสดิการที่ช่วยเรื่องสภาพคล่องจะมีความหมายมาก เช่น เบิกเงินเดือนล่วงหน้า ตามค่าจ้างที่ทำงานไปแล้ว พร้อมสลิปเงินเดือนที่อ่านง่ายและตรงเวลา

6. บอกความหมายของงาน อธิบายว่างานของเขาส่งผลต่อลูกค้าหรือทีมอย่างไร และให้เห็นผลลัพธ์จริง ผลสำรวจพบว่า 89% ให้ความสำคัญกับเป้าหมายในงาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก แต่ต้องเชื่อมกับงานที่ทำทุกวัน

7. ฟีดแบ็กบ่อยและตรงไปตรงมา การประเมินปีละครั้งช้าเกินไปสำหรับคนที่ต้องการรู้ว่าตัวเองทำได้ดีแค่ไหน ลองตั้งเป้าหมายรายไตรมาสและทบทวนสั้น ๆ ทุกเดือน อ่านต่อที่ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร

สิ่งที่ทำให้ Gen Z ลาออกเร็ว

  • งานไม่ตรงกับที่คุยไว้ตอนสัมภาษณ์
  • กระบวนการเก่า เช่น ใบลากระดาษ หรือต้องรอหัวหน้าเซ็นหลายวัน
  • ไม่มีใครบอกว่าทำได้ดีหรือไม่
  • ไม่เห็นอนาคตในองค์กร
  • เงินเดือนหรือ OT คำนวณผิดซ้ำ ๆ ทำให้หมดความเชื่อใจ

วัดผลว่ารักษาคนได้จริงหรือไม่

ติดตามอัตราการลาออกภายใน 90 วันแรก และภายในปีแรก แยกตามแผนกและหัวหน้าทีม ถ้าทีมใดมีอัตราสูงผิดปกติ มักสะท้อนปัญหาที่หัวหน้าหรือการออกแบบงาน มากกว่าเรื่องรุ่น ตัวเลขเหล่านี้ดูได้จาก รายงานและวิเคราะห์ HR โดยไม่ต้องรวบไฟล์เอง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องขึ้นเงินเดือนสูง ๆ ถึงจะรักษา Gen Z ได้ไหม? เงินสำคัญ แต่ไม่ใช่เรื่องเดียว หัวหน้าที่ดูแล การเรียนรู้ และความยืดหยุ่นมักมีผลต่อการตัดสินใจอยู่ต่อมากพอ ๆ กัน

ควรออกแบบนโยบายแยกสำหรับ Gen Z ไหม? ไม่จำเป็น สิ่งที่ Gen Z ต้องการ เช่น ความชัดเจน ความยืดหยุ่น และการเติบโต เป็นสิ่งที่พนักงานทุกรุ่นได้ประโยชน์

ลดงานธุรการ เพิ่มเวลาดูแลคน

เมื่อการลา OT และคำขอต่าง ๆ เดินผ่าน ระบบคำขอและอนุมัติ หัวหน้างานก็มีเวลาเหลือไปคุยกับทีมมากขึ้น ซึ่งคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด

ทดลองใช้ Flow HR ฟรี 30 วัน

แหล่งอ้างอิง: Deloitte — 2025 Gen Z and Millennial Survey

Similar Posts